L-Carnitine คืออะไร? ประโยชน์ที่สาย Healthy ต้องรู้ และเวลาที่เหมาะที่สุดในการกิน

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไลฟ์สไตล์รักสุขภาพ กลายเป็นเทรนด์ใหญ่ที่แรงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนที่อยากลดน้ำหนักอย่างจริงจัง คนที่เพิ่งเริ่มเข้าฟิตเนส หรือคนที่อยากปรับตัวเองให้ดูดีขึ้นจากภายใน แต่ละคนก็มีวิธีดูแลร่างกายแตกต่างกันไป ทั้งการคุมอาหาร การเลือกกินเมนูคลีน ไปจนถึงการเริ่มมองหาอาหารเสริมที่อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลดไขมันหรือเพิ่มพลังงาน ซึ่งอีกหนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ L-Carnitine

เหตุผลที่ L-Carnitine ได้กลายเป็นคำค้นยอดนิยม เนื่องจากมีความเข้าใจเชื่อมโยงกับคำว่า “เผาผลาญไขมัน” หรือ “Fat Burner” จึงมีคำถามตามมาเสมอว่า L-Carnitine ช่วยเผาผลาญจริงไหม? ทำงานกับร่างกายของเราอย่างไร? ใครควรกิน? และจะกินตอนไหนถึงเห็นผลที่สุด?

L-Carnitine คืออะไร?

L-Carnitine (แอล-คาร์นิทีน) เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่ร่างกายของเรา สามารถสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติจากกรดอะมิโนสองชนิดรวมกันค่ะคือ ไลซีน (Lysine) และ เมไทโอนีน (Methionine) หน้าที่หลักคือ ช่วยขนส่งไขมัน ให้เข้าไปยังไมโตคอนเดรีย ซึ่งเปรียบเหมือนเตาเผาพลังงานของเซลล์ และนำไปใช้เป็นพลังงาน

L-Carnitine (แอล-คาร์นิทีน) ไม่ได้เป็นผู้เผาผลาญไขมัน แต่ช่วยพาไขมันไปเผาผลาญ ถ้าร่างกายขาด L-Carnitine การใช้ไขมันเป็นพลังงานก็จะลดลง ทำให้รู้สึกเหนื่อยง่าย ออกกำลังกายนานไม่ได้ และระบบเผาผลาญอาจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

ร่างกายของเรามี L-Carnitine อยู่ตามธรรมชาติทั่วร่างกาย ทั้งในหัวใจ สมอง กล้ามเนื้อ และเซลล์ต่าง ๆ จึงเป็นสารที่มีบทบาทสำคัญทั้งในระบบพลังงานและระบบประสาท

L-Carnitine ช่วยอะไร ?

แม้ว่าหลายคนจะคุ้นชื่อ L-Carnitine ในมุมของที่ช่วยในการลดน้ำหนัก แต่จริง ๆ แล้ว L-Carnitine ทำงานได้หลากหลายกว่านั้นมาก ทั้งในระบบพลังงาน และการฟื้นฟูร่างกาย

1) เพิ่มพลังงานและออกกำลังกายได้นานขึ้น

L-Carnitine ช่วยให้ร่างกายดึงไขมันในร่างกายมาใช้เป็นพลังงานได้มากขึ้น ร่างกายจึงมีพลังโดยรวมในการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ทำให้วิ่งได้นานขึ้น ยกเวทได้เยอะขึ้น และออกกำลังกายได้ไม่เหนื่อยเร็ว หลายคนที่ขาด L-Carnitine จะรู้สึกได้ว่า ออกกำลังกายนิดเดียวก็หมดแรง

2) สนับสนุนการลดไขมัน

L-Carnitine ไม่ใช่ยาลดน้ำหนัก ไม่ได้ทำให้ไขมันหายไปได้ทันที แต่ทำให้การนำไขมันไปใช้เป็นพลังงานง่ายขึ้น ในระหว่างที่ออกกำลังกาย รวมถึงการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ซึ่งทำให้ในระหว่างกิจกรรมเหล่านี้ มีการขนส่งไขมันได้ดีขึ้น ร่างกายจึงมีโอกาสลดไขมันส่วนเกินได้ง่ายกว่าเดิม

3) ช่วยลดอาการล้าของกล้ามเนื้อ

มีงานวิจัยหลายชิ้นพบว่า L-Carnitine ช่วยลดการคั่งของกรดแลคติกในกล้ามเนื้อ ทำให้รู้สึกล้าน้อยลงหลังออกกำลังกายหนัก ๆ

4) ช่วยในการฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกาย

L-Carnitine มีบทบาทในการไหลเวียนเลือดและลดการอักเสบเล็กน้อย จึงช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวไวขึ้นในวันถัดไป

5) ช่วยให้สมองทำงานดีขึ้น

เพราะเป็นสารที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท ทำให้มีผลดีต่อการโฟกัส ความจำ และความตื่นตัวในชีวิตประจำวันด้วย

L-Carnitine สามารถพบได้ในอาหารจากธรรมชาติ อาหารกลุ่มเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อแดง จะให้ปริมาณสูงที่สุด เช่น เนื้อวัว เนื้อแกะ และเนื้อหมู รองลงมาคือปลา ไก่ และผลิตภัณฑ์จากนม

อาหารที่มี L-Carnitine

L-Carnitine สามารถพบได้ในอาหารจากธรรมชาติ อาหารกลุ่มเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อแดง จะให้ปริมาณสูงที่สุด เช่น เนื้อวัว เนื้อแกะ และเนื้อหมู รองลงมาคือปลา ไก่ และผลิตภัณฑ์จากนม ซึ่งกระบวนการทำอาหารก็ส่งผลต่อ L-Carnitine เช่นกัน การลวกหรือย่างไฟแรง อาจทำให้ L-Carnitine ลดลงจากความร้อน

โดยปริมาณที่ร่างกายได้รับจะขึ้นอยู่กับปริมาณโปรตีนที่กินในแต่ละวันด้วย หากกินน้อยเกินไปก็อาจได้รับ L-Carnitine ไม่เพียงพอต่อการใช้งานของร่างกาย แม้ว่าจะกินอาหารหลากหลายชนิดก็ตาม

คนที่ทานมังสวิรัติหรือกินเนื้อสัตว์น้อยจึงมักมีโอกาสขาด L-Carnitine มากกว่า จึงรู้สึกอ่อนล้า หรือออกกำลังกายแล้วฟื้นตัวได้ช้ากว่าคนที่ทานอาหารปกติ การเสริมแบบอาหารเสริมจึงเป็นตัวเลือกที่สะดวกและควบคุมปริมาณได้ง่ายขึ้น

L-Carnitine แบบไหน เหมาะกับคุณ

อาหารเสริม L-Carnitine มีหลายรูปแบบและแต่ละแบบตอบโจทย์ต่างกัน เช่น 

  • L-Carnitine Tartrate ที่ดูดซึมไวและเหมาะกับคนออกกำลังกายเพราะช่วยเพิ่มพลังงานแบบทันที
  • Acetyl L-Carnitine (ALCAR) ที่เด่นเรื่องพลังงานสมอง เหมาะกับคนที่ต้องใช้สมาธิสูงหรือนั่งทำงานนาน
  • Propionyl L-Carnitine มักเหมาะกับผู้สูงอายุหรือคนที่ต้องการสนับสนุนระบบไหลเวียนเลือด

ก่อนเลือกซื้อ ควรพิจารณาทั้งรูปแบบ (แคปซูล/ผงชงดื่ม) ความสะดวกในการกิน รสชาติ ประสิทธิภาพในการดูดซึม และงบประมาณ รวมถึงเป้าหมายสุขภาพของคุณเองด้วย เช่น ลดหุ่น เพิ่มพลังงาน หรือเพิ่มสมาธิ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ที่สุดสำหรับร่างกายในระยะยาว

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการกิน L-Carnitine จะขึ้นอยู่กับเป้าหมายการกินเป็นหลัก หากตั้งใจลดไขมัน ควรกินก่อนออกกำลังกายประมาณ 30 - 45 นาทีเพื่อให้ L-Carnitine ถูกดูดซึมและพร้อมใช้งานขณะร่างกายเผาผลาญพลังงานมากที่สุด

กิน L-Carnitine ตอนไหนดีที่สุด?

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการกิน L-Carnitine จะขึ้นอยู่กับเป้าหมายการกินเป็นหลัก หากตั้งใจลดไขมัน ควรกินก่อนออกกำลังกายประมาณ 30 – 45 นาทีเพื่อให้ L-Carnitine ถูกดูดซึมและพร้อมใช้งานขณะร่างกายเผาผลาญพลังงานมากที่สุด 

แต่ถ้าออกกำลังกายตอนเช้า การกินทันทีหลังตื่นช่วยกระตุ้นพลังงานและทำให้ร่างกายพร้อมใช้งานไขมันตั้งแต่เริ่มวันได้ดีขึ้น

หากต้องการเพิ่มระดับพลังงานระหว่างวัน อาจแบ่งกินเช้าและบ่ายเพื่อให้ระดับพลังงานคงที่ตลอดทั้งวัน ทั้งนี้ ปริมาณที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ละแบรนด์ แต่ส่วนใหญ่แนะนำที่ 500 – 2,000 mg ต่อวัน ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับจุดประสงค์ทั่วไปโดยไม่มากเกินไปจนทำให้ร่างกายรับมากจนเกินจำเป็น

เวลาที่ควรหลีกเลี่ยงการกิน L-Carnitine

การกิน L-Carnitine ไม่ได้เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่ก็มีช่วงเวลาที่ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน คือก่อนนอน เพราะ L-Carnitine อาจเพิ่มความตื่นตัว ทำให้นอนหลับยากขึ้นในบางคน โดยเฉพาะผู้ที่ไวต่อสารกระตุ้น 

รวมทั้งการกินตอนท้องว่างจัด ๆ อาจทำให้บางคนรู้สึกมวนท้องหรือระคายเคืองได้ จึงควรกินร่วมกับของว่างเล็กน้อยหากเป็นคนกระเพาะอ่อนไหว

หากร่างกายอ่อนล้ามากจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายอาจตอบสนองต่อการกระตุ้นของ L-Carnitine ได้ไม่ดีนัก ควรโฟกัสที่การพักผ่อนให้เพียงพอเสียก่อนเพื่อให้ระบบเผาผลาญและระบบพลังงานกลับมาทำงานอย่างเป็นปกติ

วิธีทาน L-Carnitine ช่วยลดหุ่น

L-Carnitine ไม่ใช่สารลดน้ำหนักโดยตรง แต่เป็นตัวช่วยที่ดีเมื่อใช้ร่วมกับกิจกรรมและพฤติกรรมที่เหมาะสม เช่น การกินก่อนออกกำลังกาย 30 – 45 นาทีแล้วคาร์ดิโอ 20 – 30 นาที จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เพื่อผลลัพธ์ดีที่สุด ควรทานคู่กับโปรตีนคุณภาพดีเพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ เพิ่มระบบเผาผลาญ และทำให้หุ่นเฟิร์มขึ้นแทนที่จะผอมแบบขาดกล้ามเนื้อ รวมทั้งการดื่มน้ำมากขึ้นก็มีผลอย่างมาก เพราะกระบวนการเผาผลาญไขมันและการลำเลียงสารต่าง ๆ ต้องอาศัยน้ำ

อีกทั้งการนอนหลับที่เพียงพอและการทานอย่างต่อเนื่อง 3 – 4 สัปดาห์ขึ้นไป จะทำให้ผลลัพธ์ชัดเจนและเสถียรมากขึ้น 

รีวิวรสชาติ โปรตีนใส Suuper Clear Protein อัพเดต 2024 1

Super You – ซูเปอร์ เคลียร์ โปรตีนใส

สำหรับคนที่ต้องการลดไขมันแบบไม่เสียกล้ามเนื้อ L-Carnitine จะทำงานได้ดีมากขึ้นเมื่อร่างกายมีโปรตีนเพียงพอ เพราะโปรตีนช่วยเสริมกล้ามเนื้อ  เพิ่มระบบเผาผลาญ และช่วยให้ฟื้นตัวจากการออกกำลังกายได้เร็วขึ้น

Super You โปรตีนใส คือโปรตีนแบบไฮโดรไลเสตจากพืช 9 ชนิด ได้แก่ ถั่วลันเตา เคล บรอกโคลี เชอร์รี่ทาร์ต ขมิ้นชัน เมล็ดกาแฟไม่คั่ว ชาเขียว บีทรูต และบลูเบอร์รี่

ด้วยกระบวนการไฮโดรไลเสต ทำให้โมเลกุลโปรตีนเล็กและย่อยง่ายมาก เหมาะกับคนที่

  • แพ้นมวัว/ แลคโตส
  • แพ้ถั่วเหลือง
  • ระบบย่อยไม่ดี
  • ดื่มโปรตีนแบบขุ่นไม่ได้
  • ต้องการลดน้ำหนัก
  • ต้องการฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกาย

1 ซอง ให้โปรตีน 23 กรัม พลังงานเพียง 120 แคลอรี่ ไม่มีน้ำตาล ไม่มีไขมัน ไม่มีคอเลสเตอรอล

มี Probiotics 5,000 ล้านตัว ช่วยให้ย่อยและดูดซึมโปรตีนได้ดีขึ้น ไม่กระตุ้นอินซูลิน ผู้ป่วยเบาหวานสามารถทานได้

มีทั้งหมด 8 รสชาติ ดื่มง่าย สดชื่น ไม่เหมือนโปรตีนขุ่นแบบเดิม ๆ