วิตามิน มีทั้งหมดกี่ชนิด แต่ละตัวช่วยอะไร?

เชื่อว่าหลายคนต้องเคยมีอาการแบบนี้ นอนครบ 8 ชั่วโมง แต่ยังรู้สึกเหนื่อยล้า? ทานชา กาแฟแล้วก็ยังไม่สดใส สมาธิสั้น คิดงานไม่ออก? อาการแบบนี้เกิดขึ้นได้บ่อยมากในวัยทำงาน หากเป็นแบบนี้บ่อย ๆ ร่างกายอาจจะขาดวิตามินบางชนิดอยู่ก็ได้ 

วิตามิน คือสารอาหารจำเป็นที่ร่างกายต้องการในปริมาณเล็กน้อย แต่ขาดไม่ได้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับทุกระบบในร่างกาย ตั้งแต่พลังงาน การสร้างเม็ดเลือด การทำงานของสมอง ระบบภูมิคุ้มกัน ไปจนถึงผิวและอารมณ์ ถ้าขาดตัวใดตัวหนึ่งไปเพียงตัวเดียว ระบบทั้งหมดอาจผิดเพี้ยนจนรู้สึกเหนื่อยง่าย สมองตื้อ หรือสุขภาพแย่ลงโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่เราพักผ่อนเพียงพอแล้วก็ตาม

วิตามินคืออะไร ทำไมร่างกายขาดไม่ได้

วิตามิน เป็นสารอาหารที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ หรือสร้างเองได้น้อยมาก ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ทำให้เราต้องได้รับจากอาหารหรือวิตามินเสริม วิตามินเป็นเหมือนตัวกระตุ้นให้ร่างกายทำงาน อวัยวะและระบบต่าง ๆ จะทำงานได้สมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีวิตามินคอยสนับสนุน 

การขาดวิตามิน จะเกิดผลกระทบต่อร่างกายเป็นลูกโซ่ ร่างกายผลิตพลังงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้รู้สึกเหนื่อยง่ายแม้นอนหลับเพียงพอ, ขาดวิตามินบีที่มีส่วนช่วยเรื่องระบบประสาท ทำให้สมองตื้อ คิดงานช้า, ขาดวิตามินซี ภูมิคุ้มกันตก เป็นหวัดบ่อย เป็นสาเหตุที่เราไม่ควรมองข้าม ดังนั้นการได้รับวิตามินให้เพียงพอจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อร่างกาย

ประเภทของวิตามิน

วิตามินมีทั้งหมด 13 ชนิด แต่ละชนิดมีหน้าที่เฉพาะตัวมาก ทั้งเรื่องพลังงาน สมอง ผิว เลือด กระดูก และภูมิคุ้มกัน และวิตามินสามารถแบ่งตามคุณสมบัติในการละลายและการดูดซึม ได้เป็น 2 ประเภทคือ วิตามินที่ละลายในน้ำ (Water-Soluble Vitamins) และ 2) วิตามินที่ละลายในไขมัน / น้ำมัน (Fat-Soluble Vitamins)

1) วิตามินที่ละลายในน้ำ (Water-Soluble Vitamins)

เป็นวิตามินที่ร่างกายของเราไม่สามารถเก็บสำรองได้ ส่วนที่เกินจะขับออกทางปัสสาวะ จึงต้องได้รับเพิ่มทุกวันจากอาหารหรือวิตามินเสริม ทางที่ดีควรทานในปริมาณที่พอเหมาะ ตามที่ร่างกายต้องการด้วย

ประกอบไปด้วย วิตามินบีทั้งหมด 8 ชนิด (B1, B2, B3, B5, B6, B7, B9, B12) ช่วยในการทำงานของแหล่งพลังงาน ระบบประสาทและสมอง และวิตามินซี ช่วยดูแลระบบภูมิคุ้มกัน ผิว และสร้างคอลลาเจน

หากขาดวิตามินกลุ่มนี้ ร่างกายจะรู้สึกได้เร็วมาก สมองจะตื้อ เหนื่อยง่าย พลังงานตก วิตามินกลุ่มนี้สำคัญมากในกลุ่มคนทำงาน เพราะใช้พลังงานสมองเยอะ

2) วิตามินที่ละลายในไขมัน (Fat-soluble Vitamins)

ประกอบไปด้วย วิตามิน A, D, E, K ร่างกายเก็บไว้ได้ทีละมาก ๆ สามารถเก็บสำรองไว้ในไขมันและตับได้ ทำให้ไม่จำเป็นต้องกินทุกวัน แต่ต้องกินเติมสม่ำเสมอ วิตามินกลุ่มนี้ดูดซึมดีเมื่อกินร่วมกับอาหารที่มีไขมัน ขาดวิตามินกลุ่มนี้ได้ง่ายในคนที่กินไขมันน้อยมาก หรือไม่โดนแดด (เช่น วิตามินดี) หากขาดแล้วจะส่งผลต่อ ผิว กระดูก เลือด และภูมิคุ้มกัน

วิตามิน เป็นสารอาหารที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ หรือสร้างเองได้น้อยมาก ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ทำให้เราต้องได้รับจากอาหารหรือวิตามินเสริม วิตามินเป็นเหมือนตัวกระตุ้นให้ร่างกายทำงาน อวัยวะและระบบต่าง ๆ จะทำงานได้สมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีวิตามินคอยสนับสนุน

วิตามินแต่ละชนิดมีหน้าที่อะไรบ้าง

วิตามินเอ (Vitamin A) ช่วยในเรื่องผิวและเยื่อบุร่างกาย การมองเห็นในที่มืด รักษาสิว ลดการอักเสบ ช่วยการเจริญเติบโตของเซลล์ เสริมภูมิคุ้มกัน

สามารถรับประทานได้จาก ไข่ แครอท ฟักทอง ตับ นม

หากขาดแล้วจะทำให้ตาแห้ง มองกลางคืนไม่ชัด ผิวแห้งลอกง่าย

วิตามินบีทั้ง 8 ชนิด (Vitamin B Complex) 

B1 (ไทอามีน) ช่วยสร้างพลังงานจากการรับประทานคาร์โบไฮเดรต ลดอาการเหนื่อยล้าและอ่อนแรง

B2 (ไรโบฟลาวิน) ช่วยระบบเผาผลาญ ดูแลดวงตาและผิว

B3 (ไนอาซิน) จำเป็นต่อระบบประสาท การไหลเวียนเลือด และสุขภาพผิว

B5 (กรดแพนโทเทนิก) ช่วยสร้างฮอร์โมนที่สำคัญ สร้างพลังงาน ลดความเครียด และซ่อมแซมผิว

B6 (ไพริดอกซีน) หนึ่งในวิตามินที่สำคัญที่สุด ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยสร้างสารสื่อประสาท ทำให้สมองโปร่ง คิดงานเร็วขึ้น บำรุงระบบประสาท ลดอาการมือเท้าชา

B7 (ไบโอติน) วิตามินตัวดังในเรื่องผม ผิว เล็บ ช่วยลดผมร่วง บำรุงเล็บไม่ให้เปราะ

B9 (โฟเลต) จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดและ DNA เหมาะกับผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์

B12 (โคบาลามิน) ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง และระบบประสาท ขาดแล้วจะรู้สึกสมองตื้อ คิดอะไรได้ช้า

วิตามินซี (Vitamin C) ช่วยในเรื่อง ภูมิคุ้มกัน ป้องกันอนุมูลอิสระ ป้องกันหวัด อีกทั้งยังช่วยในเรื่องผิวพรรณ ผิวกระจ่างใส ลดจุดด่างดำ อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน

วิตามินดี (Vitamin D) ช่วยดูดซึมแคลเซียมและแมกนีเซียม เป็นวิตามินที่ขาดได้ง่ายมากในคนทำงานออฟฟิศที่โดนแดดน้อย เมื่อขาดแล้วจะปวดเมื่อย กล้ามเนื้ออ่อนแรง ภูมิคุ้มกันตก

วิตามินอี (Vitamin E) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี ช่วยบำรุงผิว ลดการอักเสบ และช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น

วิตามินเค (Vitamin K) จำเป็นต่อการแข็งตัวของเลือด และช่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูก

การขาดวิตามิน จะเกิดผลกระทบต่อร่างกายเป็นลูกโซ่ ร่างกายผลิตพลังงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้รู้สึกเหนื่อยง่ายแม้นอนหลับเพียงพอ, ขาดวิตามินบีที่มีส่วนช่วยเรื่องระบบประสาท ทำให้สมองตื้อ คิดงานช้า, ขาดวิตามินซี ภูมิคุ้มกันตก เป็นหวัดบ่อย

วิตามินต้องกินทุกวันไหม?

คำตอบคือขึ้นอยู่กับชนิด วิตามินที่ละลายในน้ำ (Water-Soluble Vitamins) ได้แก่ วิตามินบีทั้งหมดและ วิตามินซี ต้องกินทุกวัน เนื่องจากร่างกายไม่สามารถเก็บไว้ได้เลย จะขับออกไปพร้อมกับปัสสาวะ ใช้หมดภายในวันนั้น
ส่วนวิตามินที่ละลายในไขมัน (Fat-soluble Vitamins) วิตามิน A, D, E, K ไม่จำเป็นต้องกินทุกวัน ร่างกายจะเก็บไว้ในตับและชั้นไขมัน แต่ควรกินสม่ำเสมอ เพื่อให้ระดับในร่างกายไม่ตกจนต่ำเกินไป 

คนส่วนใหญ่มักขาดวิตามินซีและบีบ่อยที่สุด เนื่องจากรับประทานอาหารได้หลากหลายไม่เพียงพอ หากขาด จะมีอาการสมองล้า อ่อนเพลียง่าย ผิวโทรมเร็ว รวมทั้งวิตามินดี ที่เป็นวิตามินที่ร่างกายกักเก็บได้แม้ แต่คนไทยจำนวนมากขาดวิตามิน D เพราะไม่ค่อยโดนแดด และนั่งทำงานในออฟฟิศทั้งวัน

กินวิตามินตอนเช้าหรือก่อนนอนดีกว่า?

การเลือกเวลาในการกินวิตามินสำคัญมาก เพราะมีผลต่อการดูดซึมและผลลัพธ์ที่ได้จากการรับประทาน โดยเวลาที่เหมาะสม แตกต่างกันไปตามชนิดของวิตามินเช่นกัน

1) วิตามินบีรวม ควรทานในตอนเช้า เนื่องจากเกี่ยวข้องกับ พลังงาน ระบบประสาทและสมอง ควรกินในตอนเช้า เนื่องจากจะมีส่วนช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ลดอาการง่วงช่วงสาย เบลอน้อยลง และทำงานได้เร็วขึ้น

2) วิตามินซี สามารถทานในตอนเช้า หรือหลังอาหารก็ได้ เป็นวิตามินที่ดูดซึมดี แต่ไม่ควรทานตอนท้องว่างเพราะอาจระคายกระเพาะสำหรับบางคน ถ้ากินตอนเช้าจะช่วยเรื่องต้านอนุมูลอิสระ และเพิ่มความสดชื่นในระหว่างวัน

3) วิตามินเอ ดี อี เค กินพร้อมอาหารดีที่สุด ทานคู่กับอาหารที่มีไขมันเล็กน้อย หรือมีไขมันดี เช่น ไข่ อะโวคาโด เนื้อปลา นม จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้มากกว่ากินตอนท้องว่างหลายเท่า

4) วิตามินรวมแบบผงชงดื่ม ควรรับประทานในตอนเช้า เนื่องจากส่วนใหญ่มีวิตามินบีหลายตัว วิตามินซี มีสารบำรุงสมองและส่วนผสมเพิ่มพลังงาน

Suuper Clear Day คือวิตามิน รวมแบบผงชงดื่มที่ช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุด เพราะมีทั้ง วิตามินครบ 13 ชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย สารสกัด 29 ชนิด ที่ช่วยบำรุงสมองและช่วยล้างสารอนุมูลอิสระ ช่วยให้รู้สึกตื่นตัว สดชื่น คิดเร็ว และพร้อมลุยตลอดวัน

Super You – ซูเปอร์ เคลียร์ เดย์

หากคุณเป็นคนที่ ตื่นมาแล้วรู้สึกสมองตื้อ ไม่สดชื่น ไม่พร้อมทำงาน เหนื่อยง่าย คิดงานก็ช้า

Suuper Clear Day คือวิตามินรวมแบบผงชงดื่มที่ช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุด เพราะมีทั้ง วิตามินครบ 13 ชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย สารสกัด 29 ชนิด ที่ช่วยบำรุงสมองและช่วยล้างสารอนุมูลอิสระ ช่วยให้รู้สึกตื่นตัว สดชื่น คิดเร็ว และพร้อมลุยตลอดวัน

  • น้ำตาล 0% ไขมัน 0%
  • ปลอดภัยด้วยมาตรฐานรับรองจาก อย. ได้รับเครื่องหมายรับรองฮาลาล กระบวนการผลิตได้มาตรฐานสากล
  • อายุ 12+ ทานได้ ด้วยสารสกัดที่ปลอดภัย ทุกเพศทุกวัยดื่มแล้วไม่ใจสั่น
  • มาในรสชามะนาว ที่ดื่มง่าย เพียง ฉีกซอง ชงน้ำ ดื่มทุกเช้า พร้อมลุยงานได้ทันที